| ( 4 Times ) | ( 3 Times ) | งามเจ้างามดั่งจันทร์ฉายประกาย ดั่งดวงดาวพร่างพรายบนนภา พลิ้วปลิวมา พัดพาวันวาน ครั้งมีเจ้าอยู่เคียง ไม่มีบุปผาใดเทียบเทียม โอ้ฮะโอ.. กลิ่นหอมนวลไม่เคยจางหาย โอ้ฮะโอ.. ดั่งดอกไม้ที่เคยแนบกาย แทนใจเมื่อจำต้องลาจากจร วอนให้สายลมช่วยบอกลา เมื่อข้าต้องจำจากไป * พสุธาแบ่งเราให้กลายเป็นสอง กลับปกครองใต้ฟ้านภาเพียงหนึ่ง สายลมพัดรำพึง สุดจะแสนคำนึง ใยเจ้าจึงไม่อาจอยู่เคียงกายา กุหลาบมอญเบ่งบานกลางไฟศึก ถนอมกลีบละออแม้รอนราญ แม้เปลวเพลิงโหมซัดทุกวันวาร ยังหอมหวานแฝงฝันกลางควันไฟ เสียงสนั่นกลองดังขย่มขวัญ นักรบเอยปรี่ประจันไม่หวั่นภัย เหล่าทวยเทพทอดพระเนตรลงมาไกล เห็นศึกใหญ่เดือดดาลทั่วฟ้าดิน ข้าทำศึกตัวตายไม่สะท้าน แม้คมดาบประหารมิหวั่นไหว เลือดนักรบหลั่งรินจนสิ้นใจ แต่ศักดิ์ศรียิ่งใหญ่เกินชีวี กุหลาบมอญชูช่อแม้ไฟล้อม เลือดชะลอมทั่วหล้าราวมลทิน แม้เพลิงพัดเผาผลาญจนสิ้นจินต์ แต่กลิ่นหอมยั่วเย้านิรันดร์เอย ห่างไกลอยู่แห่งไหนใจยังคงห่วง บางครั้งยังช้ำในทรวง เจ้าไม่อาจรับรู้ จากไปกายล่วงลับเป็นเถ้าธุลี แต่รักนี้ยังถวิล สถิตลงไปสู่พื้นธรณี โอ้.. เจ้ากุหลาบมอญ ยังคงเป็นเจ้าเสมอ * พสุธาแบ่งเราให้กลายเป็นสอง กลับปกครองใต้ฟ้านภาเพียงหนึ่ง สายลมพัดรำพึง สุดจะแสนคำนึง ใยเจ้าจึงไม่อาจอยู่เคียงกายา พสุธาแบ่งเราให้ไกลออกไปหมื่นแสน กี่แว่นแคว้นไม่อาจขวางกั้นเราได้ แม้ร่างกายสลาย สิ่งสุดท้ายที่ยังแทนใจ คือรักจริงที่ยังเบ่งบานในใจข้า.. ไม่เสื่อมคลาย แม้ชะตา แบ่งเราให้กลายเป็นสอง แต่รักของเรา เบ่งบานเหมือนเช่นดั่ง กุ.. หลาบ.. มอญ